
1. ความสัมพันธ์ในวัยเด็ก
พิมพิลาไลย พลายแก้ว และขุนช้างเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาพิมพิลาไลยกับพลายแก้วรักกันและแต่งงานกัน
เรียงลำดับตั้งแต่ภูมิหลังก่อนตอนจนถึงคำพิพากษา

พิมพิลาไลย พลายแก้ว และขุนช้างเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาพิมพิลาไลยกับพลายแก้วรักกันและแต่งงานกัน

หลังเข้าหอได้เพียงสองวัน พลายแก้วต้องนำทัพไปรบ ขุนช้างจึงฉวยโอกาสสร้างข่าวว่าพลายแก้วเสียชีวิต

มารดาเกรงว่านางพิมจะถูกริบเป็นม่ายหลวง จึงบังคับให้นางแต่งงานกับขุนช้าง ต่อมานางเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง

พลายแก้วได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนแผนและมีนางลาวทองเป็นภรรยา ทำให้นางวันทองเสียใจและความสัมพันธ์แตกร้าว

ขุนแผนถูกจองจำ ขุนช้างจึงพานางวันทองมาอยู่ด้วย นางต้องดำเนินชีวิตภายใต้สถานการณ์ที่ตนไม่ได้เลือกอย่างอิสระ

เมื่อพระไวยเติบโตและมีตำแหน่ง เขาคิดพามารดากลับมาอยู่กับตนและขุนแผน จึงใช้คาถาสะกดผู้คนในเรือนขุนช้าง

นางวันทองเตือนว่าควรนำเรื่องกราบทูลพระพันวษาให้ถูกต้อง แต่พระไวยยืนยันจะพาแม่ไป

ขุนช้างตื่นขึ้นมาไม่พบนางวันทอง ให้บ่าวไพร่ค้นหาแต่ไม่พบ จึงเกิดความโกรธและหวาดระแวง

พระไวยให้หมื่นวิเศษผลไปเจรจา อ้างว่าตนป่วยและขอมารดามาดูแล แต่ขุนช้างไม่ยอมรับ

ขุนช้างเขียนฎีการ้องทุกข์และไปคอยที่ตำหนักน้ำ เพื่อยื่นฎีกาต่อสมเด็จพระพันวษา

ขุนช้างลงน้ำเข้าขวางเรือพระที่นั่ง พระพันวษาทรงกริ้ว รับฎีกาไว้แต่สั่งโบยขุนช้าง 30 ทีเพราะยื่นฎีกาผิดระเบียบ

ขุนแผนมาหาวันทองที่เรือนพระไวย ทั้งสองรำพันถึงความหลัง แต่นางวันทองยังเสนอให้แก้ปัญหาตามพระราชอำนาจ

เมื่อทอดพระเนตรฎีกา พระองค์ทรงพิโรธที่คดีแย่งชิงนางวันทองยังไม่ยุติ และรับสั่งให้เรียกทุกฝ่ายมาไต่สวน

นางวันทองกราบทูลว่าพระไวยเป็นผู้ไปรับ นางมิได้หนีเอง และขุนแผนก็มิได้กระทำผิดต่อนางในครั้งนี้

พระพันวษาให้นางเลือกว่าจะอยู่กับขุนแผน ขุนช้าง หรือพระไวย นางวันทองลังเลเพราะมีความผูกพันต่างรูปแบบกับทุกฝ่าย

ความลังเลถูกตีความว่าเป็นความหลายใจ พระพันวษาทรงพิโรธและมีรับสั่งให้นำตัวนางวันทองไปประหารชีวิต